Koenigsegg รถในดวงใจของใครหลายคน

Koenigsegg

ประวัติ Koenigsegg

Koenigsegg เกิดขึ้นจากชายชื่อ Christian Von Koenigseggผู้ชื่นชอบและหลงใหลในยานยนต์มาตั้งแต่เกิด ช่วงอายุ 5 ขวบ เขาดูหนังเรื่อง The Pinchcliffe Grand Prix เกี่ยวกับช่างซ่อมจักรยาน ผู้สามารถสร้างรถแข่งของตัวเอง นั่นคือแรงบันดาลใจ เขามีความฝันที่อยากจะสร้างรถสปอร์ตที่สุดยอด ด้วยมือของเขาเอง

แล้วเริ่มลงมือทำทันทีด้วยวัยเพียง 22 ปี เท่านั้น ในสมัยวัยรุ่น เขายังเคยเป็นที่รู้จักในฐานะจูนเนอร์จักรยานยนต์ ที่ดีที่สุดในเมืองอีกด้วยด้วยความมุ่งมั่น และวิสัยทัศน์ที่ไม่ธรรมดาของเขา ทำให้เขาสร้างเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ ขึ้นมา ในวันที่ 12 ตุลาคม คือ จุดกำเนิดของบริษัทKoenigsegg Automotive

พร้อมรถต้นแบบรุ่นแรกที่เขาสร้างKoenigsegg CC (Concept vehicle) ซึ่งใช้ระยะเวลาทำร่วม 2 ปีKoenigsegg CCถูกขับออกสู่สาธารณชนเป็นครั้งแรก ที่สนาม Anderstorp race track โดยนักแข่งชื่อดังสมัยนั้นRickard Rydell รวมถึงคนอื่น Picko Troberg และ Calle Rosenblad ทุกคนต่างให้คำชื่นชมในประสิทธิภาพ

ตัวรถที่โดดเด่นอย่างมากความสำเร็จที่เมืองคานส์Koenigsegg CC ตัวต้นแบบ ถูกนำไปโชว์ตัวในงาน Cannes Film Festival ได้เสียงตอบรับที่ยอดเยี่ยมเช่นเคย จากผู้ทดลองขับ และสื่อหลายสำนักต่างนำไปเขียนข่าว ทำให้บริษัทมีชื่อเสียงมากขึ้น และพร้อมสำหรับการผลิตรุ่นProductionKoenigsegg ตัดสินใจย้ายโรงงานจากเดิมตั้งอยู่ เมืองชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ Olofstrom ประเทศสวีเดน ไปโรงงานใหม่ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ ที่มีชื่อว่า Margretetorp

รถต้นแบบ

สำหรับการผลิตจริงคันแรกของKoenigseggถูกนำไปเปิดตัวที่งาน Paris Motor Show ในเดือนกันยายน ชื่อรุ่น KoenigseggCC8S ซึ่งในภายหลัง มันกลายมาเป็นรถทดสอบวิ่ง และทดสอบด้านการชน เพื่อนำไปวิเคราะห์ สำหรับเตรียมจะผลิตขายจริง โดยมันมาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ซุปเปอชาร์จ 655 แรงม้า (BHP)

แรงบิด 750 นิวตัน-เมตรอัตราเร่ง 0-100 ต่ำกว่า 3.5 วินาที ทำความเร็วสูงสุด 390 กิโลเมตร/ชั่วโมงCC8Sสำหรับขายจริงถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์ พร้อมถูกโชว์ตัวในงานGeneva Motor Show เดือนมีนาคม ปี 2003 เป็นงานดีไซน์หลัก ที่ยึดแนวทางไปใช้กับKoenigsegg รุ่นใหม่ๆ ในอนาคต

โดยมันถูกผลิตออกมาเพียง 6 คัน ทำให้มันเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่หายากและ 2 จาก 6 คัน ยังเป็นพวงมาลัยขวาอีกด้วย ยังอยู่ที่ปี 2002 KoenigseggCC8S ได้รับรางวัลWorld’s Most Powerful Production Engine รถที่เครื่องยนต์ทรงพลังที่สุดแห่งปีจาก Guiness World Record อย่างเป็นทางการ ด้วยกำลังระดับ 655 แรงม้า (BHP)

ลำดับในการเรียง ปีของKoenigsegg

Koenigseggในปี 2003

ปี 2003 โรงงาน Koenigsegg ที่Margretetorpเกิดเหตุไฟไหม้โดยไม่คาดฝัน ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2003 เกิดขึ้นก่อนหน้างานเปิดตัวCC8S ที่ Geneva Motor Show เพียง 2 สัปดาห์ ถึงแม้เหตุการณ์จะเกิดในวันเสาร์ แต่โชคดีทีทีมงานบางส่วนช่วยนำรถ และเครื่องมือต่างๆ จากในโรงงาน หลบหนีออกมาได้ แต่บันทึกข้อมูลของบริษัทก็มีหายไปเช่นกัน

Koenigseggในปี 2004

ปี 2004 รถรุ่นใหม่ CCR ถือกำเนิด เป็นการพัฒนาต่อจาก CC8S ถูกผลิตในระหว่างปี 2004 ถึง 2006 ผลิตจำกัดเพียง 14 คัน ภายนอกมีการออกแบบล้ำสมัยมากขึ้น ด้านแอร์โรไดนามิกก็ถูกพัฒนา ช่วงล่าง ระบบเบรก เรียกได้ว่าทั้งคัน มาพร้อมเครื่องยนต์ทรงพลัง

V8 ซุปเปอร์ชาร์จคู่ 806 แรงม้า(BHP)แรงบิด920นิวตัน-เมตร เร่ง 0-100 ในเวลา 3.2 วินาที และ ความเร็วสูงสุด 395+ กิโลเมตร/ชั่วโมงพร้อมรับรางวัล 2004 World’s Most Powerful Production Engineรถที่เครื่องยนต์ทรงพลังที่สุดแห่งปีจาก Guiness World Record อีกด้วย

Koenigseggในปี 2005

ปี 2005 CCR รุ่นใหม่ได้รับรางวัล2005World’s FastestCarรถที่เร็วที่สุดในโลกจาก Guiness World Recordด้วยสถิติความเร็ว 387.86 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขับโดย Mr.Loris Bicocchi ที่สนาม Nardoประเทศอิตาลีในวันที่28กุมภาพันธ์ปี 2005ถือเป็นรถคันที่สอง ถัดจาก McLaren F1ไฮเปอร์คาร์ระดับตำนานที่ครองตำแหน่งมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1998 ด้วยความเร็วสูงสุดระดับ 386.4 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Koenigseggในปี 2006

ปี 2006 Koenigsegg เปิดตัวรถเจนเนอเรชั่นที่ 3 ในชื่อ CCX โดยหน้าตายังคล้ายคลึงกับ CCR ใช้เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.7 ลิตร ซุปเปอร์ชาร์จคู่ 806 แรงม้า (BHP) แรงบิด 920 นิวตัน-เมตร เร่ง 0-100 ในเวลา 3.2 วินาที 0-200 ใน 9.8 วินาที และ ความเร็วสูงสุด 395+ กิโลเมตร/ชั่วโมง ถูกพัฒนาด้านความปลอดภัย

และค่าไอเสียเป็นไปตามมาตรฐานEuro 4 ถือเป็น Koenigsegg รุ่นแรก ที่นำไปจำหน่ายในตลาดอเมริกา แถมทำสถิติความเร็ว สูงที่สุด 315 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่สนาม Top Gear Track ในรายการ Top Gear ของ BBC อันโด่งดัง

Koenigseggในปี 2007

ปี 2007เป็นการเปิดตัวแบบ Worldwide ของรถซุปเปอร์คาร์ พลังงานสีเขียว ในชื่อรุ่น CCXR เป็นรถแบบ Flex Fuel เครื่อง V8 ขนาด 4.7 ลิตร ซุปเปอร์ชาร์จคู่ ที่มีการปรับจูนซอฟแวร์ Remap กล่อง ECU ให้วิ่งได้ทั้งเบนซินธรรมดา จนไปถึงแก๊สโซฮฮล E85 ได้ และด้วยค่าออกเทนที่สูงของ E85 ทำให้ CCXR รีดกำลังได้ 1,018 แรงม้า (BHP)

แรงบิดสูงสุด 1,060 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 ใน 3.1 วินาที 0-200 ใน 8.9 วินาที ความเร็วสูงสุด ทะลุ 400+ กิโลเมตร/ชั่วโมง เลยทีเดียว และมี CCXR หนึ่งคันที่ทำมาเฉพาะ เพื่อเติมเชื้อเพลิง E100 ได้ มีจุดเด่นด้วยสัญลักษณ์ R ข้างตัวรถจะเป็นสีน้ำเงิน แทนสีเขียวแบบปกติ ยังคงอยู่ในปี 2007 ที่งาน Geneva Motor Show

เป็นการเผยโฉม Koenigsegg CCGT สำหรับแข่งในสนาม ในคลาส GT1 ที่ Le Mans ตัวรถเปล่าน้ำหนักเพียง 1,100 กิโลกรัม เครื่อง V8 ขนาด 5.0 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ พละกำลัง 600 แรงม้าปี 2008 Koenigsegg ปล่อยรถรุ่นใหม่ CCX Edition และ CCXR Edition โชว์ตัวกันที Geneva Motor Show

เดือน มีนาคม โดยมีจุดเด่นด้วยตัวถังโชว์ผิวงานคาร์บอนไฟเบอร์ ล้อลายพิเศษ 11 ก้าน ปรับปรุงด้านแอร์โรไดนามิก และเซทช่วงล่างใหม่ให้ดียิ่งขึ้น CCX Edition ถูกผลิตเพียงแค่ 2 คัน ส่วน CCXR Edition ผลิตมา 4 คัน เท่านั้น ในปีเดียวกันนั้น Koenigsegg CCX สร้างสถิติความเร็วหลายครั้ง จากชายชื่อ Horst Von Saruma

หัวหน้าบรรณาธิการนิตยสาร Sport Auto ที่มีประสบการณ์ขับขี่ในสนาม Nurburgring มาแล้ว CCX ตั้งมาตรฐานใหม่ของความเร็ว ด้วยตัวเลข 0-300-0 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เวลาเพียง 29.2 วินาที และอัตราเร่ง 0-200 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 9.3 วินาที

Koenigseggในปี 2009

ปี 2009 Koenigsegg เผยโฉมรุ่นพิเศษ Limited Edition ในเดือนกันยายน ในชื่อ CCXR Trevita ตัวถังถูกออกแบบพิเศษด้วย คาร์บอนไฟเบอร์สีขาวอันงดงามTrevitaในภาษาสวีเดน หมายถึง Three whites โดยในตอนแรกKoenigseeggตั้งใจจะผลิตออกมา3คันแต่สุดท้ายถูกสร้างขึ้นแค่ 2 คัน ทำให้มันเป็นรุ่นพิเศษหายากสุดๆ ถัดมาในปีเดียวกันมีรุ่น CCXR Special Editon เป็นการส่งท้ายก่อนรุ่น Agera

ถือกำเนิด ในรุ่นนี้มีจุดเด่นด้วยปีกท้าย Double F1 ขนาดใหญ่ ตัวถังงานคาร์บอนไฟเบอร์ ลิ้นกันชนหน้า และด้านข้างขนาดใหญ่ เสริมช่องลมบริเวณเหนือซุ้มล้อหลังภายในมีจอ Infotainment ทัชสกรีน กับเกจ์วัดแรงGและเป็นรุ่นแรกที่ติดตั้งระบบF1 Paddleshift โดยยังเป็นรถ FlexFuel แบบ CCXR เวอร์ชั่นปกติ ในรุ่นส่งท้ายนี้ถูกผลิตแค่2เท่านั้น supercar

Koenigseggในปี 2010

ปี 2010 รุ่นใหม่อย่าง Ageraชื่อนี้หมายถึง “Take Action” มันถูกเผยโฉมที่งาน Geneva Motor Show ในเดือนมีนาคมทั้งภายนอกภายใน ดูล้ำสมัยมากขึ้นล้อ VGR Wheels ดีไซน์พิเศษให้เหมือนใบพัดช่วยดึงความร้อนออกจากชุดเบรกได้ดี จากเดิมที่ใช้ซุปเปอร์ชาร์จในรุ่นก่อนๆ ถูกเปลี่ยนมาใช้เทอร์โบคู่แทน

ปรับปรุงระบบท่อไอเสียใหม่ช่วยลดอาการรอรอบTurbo Lag โดยมาพร้อมเครื่องยนต์V8 ขนาด 5.0 ลิตร กำลัง 960แรงม้าแรงบิดมหาศาล1,100 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง0-100ภายใน 3 วินาที 0-200 ใน 8.0 วินาทีและได้รับรางวัล Top Gear Hypercar of the Year 2010อีกด้วย

Koenigseggในปี 2011

ปี 2011 Koenigsegg Agera R ถือกำเนิดถูกผลิตในช่วงปี2011- 2014มาในจำนวน 18 คัน ตัวรถเป็นแบบ Flexfuel ใช้ได้ตั้งแต่เบนซิน 95 จนไปถึงE100สามารถรีดกำลังได้กว่า 960 แรงม้า เมื่อใช้ออกเทน 95 แต่จะกระโดดไป1,140

แรงม้า เมื่อใช้ E85 หรือ E100 กับแรงบิดที่1,200นิวตัน-เมตร แถมทำสถิติใหม่Guiness World Record 0-300-0 กิโลเมตร/ชั่วโมงใน 21.19 วินาทีเร็วกว่า CCX เมื่อปี2008ถึง 8 วินาที ถือเป็นการพัฒนาอันก้าวหน้าในระยะเวลาแค่3ปี

Koenigseggในปี 2012

ปี 2012 Koenigsegg Agera Sเปิดตัวผลิตเพียง5คันโดยรถรุ่นนี้ทำมาพิเศษ สำหรับตลาดที่ไม่มีเชื้อเพลิง E85จำหน่ายเป็นการตัดระบบ Flexfuel ของ Agera R ออกไป ในส่วนสเปคอื่นๆ จะเหมือนกันทั้งหมดAgera S คือ Koenigsegg

รุ่นแรก ที่มีกำลังระดับ 1,030 แรงม้า กับแรงบิด 1,000 นิวตัน-เมตร จากการใช้น้ำมันออกเทน 95 ปกติ ดีไซน์ภายนอกมีจุดเด่นที่ล้อแบบคาร์บอนไฟเบอร์ Aircore ที่ผลิตแบบ OEM ในโรงงานตัวเอง น้ำหนักลดลง 40% เมื่อเทียบกับล้ออัลลอยปกติ

Koenigseggในปี 2014

ปี 2014 Koenigsegg One:1 ถือกำเนิดด้วยจำนวนการผลิตเพียง7คันถือเป็นรถผลิตโรงงานคันแรกWorld’s First Production Carที่มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักเท่ากันคือ1,341 กิโลกรัมกับ 1,341 แรงม้าซึ่งเป็นที่มาของชื่อรุ่น One:1มีพลังมากกว่าทั้งVeyron Super Sport,LaFerrari,McLaren P1และPorsche 918 Spyderพละกำลังมาจาก เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร เทอร์โบคู่

อัตราเร่ง 0-400 ใช้เวลาราว 20 วินาที เท่านั้น ล้อแม็คทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ เบรกคาร์บอนเซรามิคจาก Agera R มีการอัพเกรดระบบช่วงล่างแบบTriplexให้ดีขึ้น ระบบแอร์โรไดนามิกแบบเต็มรูปแบบติดตั้งที่ลิ้นกันชนหน้าและสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟปรับมุมองศาได้ตามความเร็ว ภายในรถมีระบบเชื่อมต่อ GPS ใช้จับเวลารอบในสนามแข่ง และมี Software ไว้บันทึกสถิติการขับ และมีระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร

Koenigseggในปี 2015

ปี 2015 เป็นการพัฒนาก้าวกระโดดด้วยรถรุ่นใหม่อย่างKoenigsegg Regeraโชว์ตัวที่งาน Geneva มาพร้อมไฮไลด์มอเตอร์ไฟฟ้า3ลูกทำงานประสานกับเครื่องยนต์V8 5.0 ลิตร เทอร์โบคู่ และชุดแบตเตอรี่น้ำหนักเบา รีดกำลังรวมได้ 1,500 แรงม้า แรงบิดมหาศาล 2,000 นิวตัน-เมตร โดยส่งกำลังไปสู่ล้อคู่หลังโดยตรงแบบไม่มีเกียร์

ผ่านระบบที่มีชื่อว่า Koenigsegg Direct Drive (KDD)ที่ทางChristianVon Koenigseggเป็นผู้คิดค้นขึ้นเอง ไม่จำเป็นจะต้องใช้เกียร์หลายๆจังหวะอีกต่อไปซึ่งจะสูญเสียพลังงานไปเยอะกว่าที่จะส่งถึงล้อ Regera ถูกผลิตออกมา 80 คัน เท่านั้น

Koenigsegg ในปี 2015

ในปี 2015 ที่งาน Genevaเดือนมีนาคม Koenigsegg เปิดผ้าคลุม Agera RS ใหม่ ในรุ่นนี้เป็นการนำความรู้ทั้งหมดจากรุ่นOne:1มาปรับใช้ให้ความดุดันลดลง สำหรับใช้งานบนถนนมากขึ้น Agera RS คือ Koenigsegg ที่ทรงพลังที่สุด โดยใช้แค่น้ำมันออกเทน 95 ด้วยพละกำลัง 1,160 แรงม้า แรงบิดกว่า 1,000 นิวตันเมตร

พร้อมแอร์โรไดนามิกระบบควบคุมการทรงตัวช่วงล่างประสิทธิภาพสูง Agera RS ผลิตออกมาเพียง 25 คัน เท่านั้นและในปีเดียวกันนั้นเดือนกรกฎาคม 2015 Koenigsegg One:1 สร้างสถิติใหม่ 0-300-0 ใช้เวลาเพียง 17.95 วินาทีเฉือนเวลาเร็วกว่า Agera R ถึง 3 วินาที

Koenigseggในปี 2016

ปี 2016 เป็นการส่งท้ายของรุ่น Ageraด้วยการออกรุ่นพิเศษผลิตในจำนวน3คัน ถูกโชว์ตัวที่ Geneva Motor Show 2016ใช้ชื่อว่า Agera Final edition ตัวรถใช้พื้นฐานจาก Agera RS มีการปรับแต่งที่หลากหลายตามที่ลูกค้าต้องการ และระบบแอร์โรไดนามิก ที่ลูกค้าจะมีส่วนในการร่วมพัฒนาด้วย เป็นแบบเฉพาะบุคคลเท่านั้น

Koenigseggในปี 2019

ปี 2019 เป็นการเผยโฉมรถ Megacar รุ่นล่าสุด Koenigsegg Jesko โดยชื่อนี้ตั้งเพื่อเป็นเกียรติให้กับประธานบริษัท Jesko Von Koenigsegg ซึ่งก็คือคุณพ่อของ Christian Von Koenigsegg นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่าที่ผ่านมาคุณพ่อเขาคอยสนับสนุนลูกชายอยู่ตลอด นับตั้งแต่ยังไม่เริ่มก่อตั้งบริษัท Koenigsegg Jesko

ใช้เครื่องยนต์V8ขนาด5.0ลิตร เทอร์โบคู่ เป็นแบบ Flexfuelรีดพละกำลังได้ 1,600 แรงม้า (เมื่อใช้น้ำมันE85)แรงบิดสูงสุด 1,500 นิวตันเมตรเชื่อมเข้ากับระบบเกียร์ 9 สปีด คลัทซ์คู่ Light Speed Transmission (LST) อันรวดเร็ว
ขอบคุณบทความจาก Bangkoksupercar.com
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : cowlitzflyanglers , PG SLOT 9 อันดับซูเปอร์คาร์ pgslot99
GPX จับมือ SYM

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *