9 อันดับซูเปอร์คาร์ที่มีเครื่องยนต์เล็กที่สุดในโลก

9 อันดับซูเปอร์คาร์ ที่มีเครื่องยนต์เล็กที่สุดในโลก

จัดอันดับ 9

จัดอันดับ 9 ซูเปอร์คาร์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กเหลือเชื่อ แล้วแบบนี้จะเรียกว่าซูเปอร์คาร์จริงๆ ได้ไหมนะ?

1.Jaguar XJ220: เครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตร ทวินเทอร์โบ

จัดอันดับ 9

เริ่มต้นด้วยรถที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดในการจัดอันดับครั้งนี้ นั่นคือ Jaguar XJ220 ที่เรียกเสียงฮือฮาอย่างมากในช่วงยุค 90 แม้ว่าเครื่องยนต์ 3.5 ลิตรในปัจจุบันจะถือว่าไม่เล็กนัก แต่ย้อนกลับไปสมัยที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ๆ มันมีคู่แข่งอย่าง Lamborghini ที่ใช้เครื่องยนต์ V12 รวมถึง McLaren F1 ก็เพิ่งถือกำเนิดขึ้น นั่นทำให้เครื่องยนต์ของจากัวร์ดูมีขนาดจิ๋วไปเลย

และที่น่าเศร้าที่สุดคือ XJ220 เวอร์ชั่นต้นแบบในปี 1989 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.2 ลิตร แต่เวอร์ชั่นจำหน่ายจริงกลับถูกแทนที่ด้วยเครื่องยนต์ V6 กำลังสูงสุด 542 แรงม้าจากรถแข่ง Metro 6R4 เสียอย่างนั้น

2.Porsche 911 GT1: เครื่องยนต์ 6 สูบ 3.2 ลิตร ทวินเทอร์โบ

จัดอันดับ 9

911 GT1 ถือเป็น “รถแข่งสำหรับใช้งานบนถนนจริง” อันที่จริงแล้วมันไม่ใช่ 911 แท้ๆ เสียทีเดียวหรอก หากแต่เป็น 962 ที่ออกแบบให้ดูเหมือน 993 เสียมากกว่า มันถูกพัฒนาให้เป็นคู่แข่งของ McLaren F1 GTR และ Mercedes CLK GTR ในการแข่งขันเลอมังส์ จนสามารถคว้าชัยชนะได้ในปี 1998 ด้วยเครื่องยนต์ 3.2 ลิตร กำลังสูงสุด 600 แรงม้า ต่อมาจึงได้วางจำหน่ายเวอร์ชั่นสำหรับวิ่งบนถนนจริงจำนวน 22 คัน ที่ถูกตอนแรงม้าลงเหลือ 536 ตัว แต่ยังถือว่าไม่เลวเลยสำหรับเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กเช่นนี้

3.Honda NSX: เครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร

จัดอันดับ 9

ใจเย็นก่อน… อย่าเพิ่งเถียงกันว่า Honda NSX เป็นซูเปอร์คาร์จริงๆ หรือไม่? อันที่จริง NSX ถูกพัฒนาให้เทียบชั้นกับ Ferrari 348 และมีรอบเครื่องยนต์สูงสุดถึง 8,000 รอบต่อนาที แม้ว่าเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตรจะเค้นแรงม้าได้เพียง 274 ตัว แต่ก็มีจุดเด่นอยู่ที่ก้านสูบแบบไทเทเนียม จนกลายเป็นซูเปอร์คาร์ที่ขับสนุกที่สุดก่อนที่ Audi R8 จะคว้าตำแหน่งไป

4.Ferrari F40: เครื่องยนต์ V8 2.9 ลิตร ทวินเทอร์โบ

ทวินเทอร์โบ

เครื่องยนต์ V8 ขนาด 2.9 ลิตร ของ Ferrari F40 เป็นเครื่องยนต์ที่พัฒนามาเพื่อลงแข่งโดยเฉพาะ สามารถผลิตแรงม้าได้ 476 ตัว ซึ่งถือว่ามหาศาลเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวรถเพียง 1,100 กิโลกรัม อันที่จริงมี Ferrari F40 อยู่เพียงไม่กี่คันที่ผลิตแรงม้าได้ต่ำกว่า 500 ตัว จากเครื่องยนต์ขนาดแค่ 2.9 ลิตรเท่านั้น

5.Porsche 959: เครื่องยนต์ 6 สูบ 2.9 ลิตร ทวินเทอร์โบ

ทวินเทอร์โบ

มันฟังดูคล้ายกับเครื่องยนต์ของ F40 เลยใช่ไหม? อันที่จริง 959 เป็นรถอีกหน่ึงรุ่นในกลุ่ม Group B ที่ไม่เคยได้ลงแข่ง ซึ่งเครื่องยนต์เดิมๆ สามารถผลิตแรงม้าได้ 444 ตัว ช่วยให้แตะความเร็วสูงสุดได้ 318 กม./ชม. กลายเป็นว่าปอร์เช่เปิดช่องให้เฟอร์รารี่กลายเป็นรถคันแรกที่แตะความเร็วสูงสุดทะลุ 320 กม./ชม.ได้ในที่สุด (แต่ถึงอย่างนั้น ปอร์เช่ก็เคยปล่อยชุดอัปเกรดเครื่องยนต์ของ 959 ให้มีกำลังเพิ่มเป็น 523 แรงม้าอีกด้วย)

6.Ferrari 208 GTB: เครื่องยนต์ V8 2.0 ลิตร

ทวินเทอร์โบ

เหล่ารถระดับซูเปอร์คาร์ในอดีตล้วนแต่ต้องเผชิญหน้ากับภาษีมหาโหดตามขนาดเครื่องยนต์มาแล้วทั้งนั้น ย้อนกลับไปในยุคปี 80 ประเทศอิตาลีเคยเรียกเก็บค่าปรับภาษีกับรถยนต์ที่มีความจุเกิน 2,000 ซีซี ซึ่งถือเป็นข่าวร้ายของผู้ผลิตรถสปอร์ตรายเล็กๆ อย่าง Ferrari จนทำให้พวกเขาต้องจับเอา 308 มาใส่เครื่องยนต์ V8 ที่มีขนาดเพียง 1,990 ซีซีเท่านั้น

เครื่องยนต์บล็อกดังกล่าวผลิตกำลังสูงสุดได้เพียง 154 แรงม้า ส่งผลให้ 208 GTB และ GTS กลายเป็นรถที่เชื่องช้า ก่อนจะเริ่มติดตั้งเทอร์โบในปี 1982 เพื่อเพิ่มแรงม้าขึ้นเป็น 217 ตัว

7.Lancia 037 Stradale: เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ

ทวินเทอร์โบ

รถที่ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร จะเรียกตัวเองว่าซูเปอร์คาร์ได้จริงหรือ? ก็ไม่แน่หรอกนะ เพราะรถคันนี้มีน้ำหนักเพียง 1,170 กิโลกรัม ใช้เครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์จแบบวางกลางที่เค้นกำลังสูงสุดได้ 208 แรงม้า และยังเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังคันสุดท้ายที่สามารถคว้าชัยชนะในรายการ World Rally Championship อีกด้วย ต้องยอมรับเลยว่าไม่ธรรมดาจริงๆ

8.Jaguar C-X75: เครื่องยนต์ 4 สูบ 1.6 ลิตร เทอร์โบชาร์จและซูเปอร์ชาร์จ

ทวินเทอร์โบ

เราต้องมาคุยกันถึงเรื่องไฮเปอร์คาร์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กกว่า 2.0 ลิตรแล้วจริงๆ หรือ? ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพราะมันคือแบรนด์ Jaguar สัญชาติอังกฤษนั่นเอง รถคันนี้ถูกพัฒนาร่วมกับ Williams Advanced Engineering เพื่อนำรถต้นแบบ C-X75 คันงามมาขึ้นสายการผลิตจริง แต่มันไม่ได้มากับเครื่องยนต์เทอร์ไบน์อย่างในรถต้นแบบหรอกนะ หากแต่เป็นเครื่องยนต์ขนาดเล็กพอกันกับรถกลุ่มฮ็อตแฮทช์แทน

แม้ว่า C-X75 ขุมพลังไฮบริด 900 แรงม้าจะไปไม่ถึงไลน์การผลิตจริง แต่เวอร์ชั่นโปรโตไทพ์ก็แสดงให้เห็นว่ารถคันนี้แรงเพียงใด และเราก็คาดว่าจะได้เห็น F-Type ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ 1.6 ลิตรเทอร์โบชาร์จและซูเปอร์ชาร์จในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย

9.BMW i8: เครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร

ทวินเทอร์โบ

จัดอันดับ 9 ซูเปอร์คาร์

BMW i8 จัดเป็นรถที่มีดีไซน์แบบซูเปอร์คาร์แท้ๆ แต่มีขนาดเครื่องยนต์เล็กที่สุดในขณะนี้ ถูกเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2014 (แต่ก็ยังดูล้ำอนาคตไปอีก 200 ปีข้างหน้าอยู่ดี) มาพร้อมขุมพลังปลั๊กอินไฮบริดที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ 3 สูบเทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ที่ยกมาจาก MINI Cooper เสริมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าอีก 2 ตัว

อย่างไรก็ดี BMW ได้เพิ่มกำลังสูงสุดขึ้นเป็น 231 แรงม้าและยังได้เพิ่มความจุแบตเตอรี่ขึ้นอีก 50% ไปหมาดๆ ขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าผลิตแรงม้าได้ 141 ตัว ส่งผลให้ BMW i8 สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.4 วินาที ตัวเลขขนาดนี้พอจะเรียกว่าซูเปอร์คาร์จริงๆ ได้หรือยัง?
Cr.cowlitzflyanglers.com,pgslot99 Koenigsegg

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *