อาชีพ“เลี้ยงไก่”เส้นทางสู่“เศรษฐีใหม่”

อาชีพ“เลี้ยงไก่”

  อาชีพ“เลี้ยงไก่” ทุกวันนี้ “ไก่พื้นเมือง” กลายเป็นอาชีพทางเลือกของเกษตรกรรายย่อย เพราะใช้เงินทุนน้อย ดูแลจัดการง่าย ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และทนต่อการเป็นโรคได้ดี ความนิยมของไก่พื้นบ้านนั้นแยกออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือการบริโภคเนื้อไก่บ้าน การเลี้ยงในลักษณะไก่สวยงาม และการเลี้ยงไว้เพื่อกีฬาชนไก่”

ย้อนอดีตจะพบว่า ในสังคมชนบทแทบทุครัวเรือนจะมีการเลี้ยง”ไก” หลากหลายสายสุดแต่ละท้องถิ่น มีทั้งเลี้ยงเพื่อบริโภคในครัวเรือน ทั้งบริโภคเนื้อและไข่เหลือเอาไปขายเพื่อสร้างรายได้มาจุนเจือในครอบครัว  เนื่องจากไก่เป็นอาหารที่บริโภคกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษและไม่เพียงแต่คนไทยเท่านั้น หากแต่ไก่เป็นอาหารของชาวโลกอีกด้วย

ไก่เนื้อเลี้ยงเชิงพาณิชย์

อาชีพ“เลี้ยงไก่” สำหรับที่เลี้ยงมากที่สุดคือ “ไก่เนื้อ” หรือ “ไก่กระทง” เป็นสายพันธุ์ไก่เชิงพาณิชย์ ที่เน้นผลิตในปริมาณมากเพื่อให้ได้ผลกำไรสูงสุด แต่มีต้นทุนต่ำสุด ส่วนใหญ่ถูกนำเข้าสายพันธุ์โดยบริษัทเอกชน ผู้จำหน่ายสายพันธุ์จากซีกโลกตะวันตก เช่น สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสายพันธุ์ไก่เนื้อที่โตเร็ว กินอาหารได้มาก ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงสั้น เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็จับไก่ออกขายได้แล้ว ราคาไก่เนื้อไม่สูงนัก ผู้เลี้ยงก็อยู่ได้ เพราะว่าต้นทุนการผลิตต่ำ

         ปัจจุบัน ไก่เนื้อ 1 ตัว ระยะเวลาการเลี้ยง 30-35 วัน เลี้ยงด้วยอาหารไก่กระทงอย่างเต็มที่ เมื่อครบกำหนดสามารถจับไก่ออกขาย จะได้น้ำหนักตัวเฉลี่ยตัวละประมาณ 1.8-2 กิโลกรัม โดยอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ (FCR) จะอยู่ที่ประมาณ 1.65-1.8 กิโลกรัม เนื่องจากไก่เนื้อที่นำมาปรุงอาหารยังเติบโตได้ไม่เต็มที่ เนื้อหนังยังอ่อนนุ่ม และเลี้ยงขังในโรงเรือนแบบปิด โดยไม่มีการออกกำลังกาย ไก่เนื้อส่วนใหญ่จึงมีปริมาณไขมันสูงตามไปด้วย รสชาติไม่ค่อยอร่อยนัก

อาชีพ“เลี้ยงไก่”

            ทุกวันนี้อุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เนื้อ ส่วนใหญ่ใช้เงินลงทุนสูง อยู่ในความดูแลของบริษัทเอกชนขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ราย อีกทั้งบริษัทจะส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงไก่เนื้อ หรือที่เรียกว่า การส่งเสริมในการเลี้ยงในระบบ”เกษตรพันธสัญญา” หรือ “คอนแทรคฟาร์มมิ่ง”(Contract Farming) ทางบริษัท จะเป็นผู้จัดหาปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์ไก่ อาหารสัตว์ ยาสัตว์ ไปใช้ในฟาร์มเกษตรกร เมื่อครบกำหนดจะรับซื้อผลผลิตคืนในราคาประกัน  

           เกษตรกรที่ทำเกษตรพันธสัญญาส่วนใหญ่มีรายได้ดีกว่าเดิม และไม่มีความเสี่ยงทางด้านตลาด เพราะมีตลาดรองรับซื้อผลผลิตแน่นอน สามารถขายได้ในราคาที่ชัดเจน นอกจากนี้ บริษัทยังช่วยสนับสนุนข้อมูล ข่าวสารการตลาด เพิ่มพูนเทคโนโลยีการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรที่เลี้ยงไก่เนื้อในระบบเกษตรพันธสัญญาสามารถปรับตัวสอดคล้องกับกระแสโลกาภิวัตน์และการผันผวนของราคาและผลผลิตภาคเกษตร

“ไก่พื้นเมือง”ทางเลือกเกษตรกรรายย่อย

อาชีพ“เลี้ยงไก่”

                                                                      ประดู่หางดำ

          “ไก่พื้นเมือง” หรือ “ไก่พื้นบ้าน” เป็นสัตว์เศรษฐกิจสำคัญในชุมชนและท้องถิ่น และเป็นแหล่งอาหารที่สร้างความมั่นคงทางอาหารให้คนไทยมาตลอด โดยเลี้ยงเพื่อป้อนตลาดไก่เนื้อและไข่ไก่  ส่วนไก่พื้นเมืองที่นิยมเลี้ยงกันมากและเป็นที่ต้องการของตลาด ได้แก่ ไก่ที่มีผิวหนังสีเหลือง และสีขนดำ เป็นต้น

          การเลี้ยงไก่เนื้อพื้นเมืองแบบปล่อยอิสระตามธรรมชาติ ใช้ระยะเวลาการเลี้ยงนานกว่าการผลิตไก่เนื้อ ประมาณ 2 เท่า แถมกินอาหารมากกว่าไก่เนื้อ แต่เปลี่ยนเป็นเนื้อได้น้อยกว่า อย่างไรก็ตาม เนื้อไก่พื้นบ้านกลับมีรสชาติอร่อยกว่าและมีคุณประโยชน์ทางโภชนาการสูงกว่าไก่เนื้อที่ผลิตในเชิงพาณิชย์เสียอีก ที่สำคัญราคาไก่บ้านไทยสูงกว่าไก่เนื้อ แต่ผู้บริโภคก็ยินดีจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพดีกว่า ในแง่ของรสชาติอร่อย และเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่ม แต่มีคอเลสเตอรอลต่ำกว่าไก่เนื้อ

         ทุกวันนี้ “ไก่พื้นเมือง” กลายเป็นอาชีพทางเลือกของเกษตรกรรายย่อย เพราะใช้เงินทุนน้อย ดูแลจัดการง่าย ทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และทนต่อการเป็นโรคได้ดี ความนิยมของไก่พื้นบ้านนั้นแยกออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือการบริโภคเนื้อไก่บ้าน การเลี้ยงในลักษณะไก่สวยงาม และการเลี้ยงไว้เพื่อกีฬาชนไก่

                                                                          ไก่ชี้ฟ้า

          การเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติคือ ลักษณะเด่นของการเลี้ยงไก่พื้นบ้าน ซึ่งสอดคล้องกับกระแสการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำให้ธุรกิจไก่พื้นบ้านเป็นธุรกิจที่มีอนาคตสดใส ไก่พื้นบ้านในประเทศไทยจำแนกได้เป็น 4 พันธุ์ใหญ่ๆ คือ ไก่อูหรือไก่ชน ไก่แจ้ ไก่ตะเภา และไก่ลูกผสมหรือไก่กลายพันธุ์ ไก่พื้นเมืองไทยยังมีคุณลักษณะเด่นโดยเฉพาะเนื้อแน่น และรสชาติอร่อย จึงเป็นที่นิยมบริโภค

          ระยะหลังเกษตรกรหันมาเลี้ยงไก่พื้นเมืองกันเพิ่มมากขึ้น ได้แก่ ไก่พันธุ์ประดู่หางดำ ไก่พันธุ์เหลืองหางขาว ไก่พันธุ์แดง ไก่พันธุ์ชี และไก่พื้นเมืองลูกผสม ฯลฯ เพราะแรงจูงใจจากการขายไก่พื้นเมืองได้ราคาสูงกว่าไก่เนื้อ แถมเนื้อไก่พื้นเมืองก็มีรสชาติอร่อย จึงมีคนไทยหันมาบริโภคไก่พื้นเมืองมากขึ้นทุกปี สร้างรายได้สะพัด ไม่ต่ำกว่าปีละ 34,936 ล้านบาท  

อาชีพ“เลี้ยงไก่”

                                                                      เหลืองหางขาว

          กีฬา “ชนไก่” เป็นกิจกรรมสันทนาการที่สร้างความสนุกสนานในแต่ละครั้งแล้ว ยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่ม “ไก่เก่ง” ได้อย่างมหาศาล ไม่ต่ำกว่า 10-100 เท่าตัวกันทีเดียว คาดว่ามีจำนวนไก่ชนในประเทศประมาณ 16-17 ล้านตัว ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณความต้องการของตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

        “ไก่ย่าง” เป็นอาหารเมนูหลักของชาวอีสาน ที่แปรรูปมาจากไก่พื้นเมือง เช่น “ไก่เนื้อโคราช” ที่มีลักษณะเด่นคือ เลี้ยงง่าย ทนโรค ทนแล้ง โตไว ใช้เวลาเลี้ยงแค่ 2 เดือน จะได้ไก่เนื้อตัวละ 1.2 กิโลกรัม ออกขายได้แล้ว ไก่เนื้อโคราช มีคุณสมบัติด้านรสสัมผัสของเนื้ออยู่ระหว่างกลางของไก่เนื้อกับไก่พื้นเมือง ไม่นุ่มเละเหมือนไก่เนื้อ ไม่เหนียวแข็งเหมือนไก่พื้นเมือง เมื่อนำไปปรุงอาหาร “ไก่เนื้อโคราช” จะให้รสสัมผัสเหนียวนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ติดสปริง อร่อยแบบไก่ไทย โตเต็มวัยเหมือนไก่ฝรั่ง จัดอยู่ในกลุ่มเนื้อไก่เพื่อสุขภาพ เพราะมีโปรตีนสูง มีคอลลาเจนสูงกว่าไก่เนื้อ 2 เท่า แต่มีไขมันและคอเลสเตอรอลต่ำ มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้ “ไก่เนื้อโคราช” ตอบโจทย์สำหรับคนที่รักสุขภาพได้ดี

                                                                              ไก่ตีนโต

           กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เล็งเห็นความสำคัญของตลาด “ไก่พื้นเมือง” จึงมอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) และกรมปศุสัตว์ จัดสร้างมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับฟาร์มไก่พื้นเมือง เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกรรายย่อยสามารถปฏิบัติและพัฒนาฟาร์มเลี้ยงไก่พื้นเมืองเข้าสู่ระบบมาตรฐาน และพัฒนาคุณภาพเนื้อไก่พื้นเมืองให้สะอาดและปลอดภัย เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคในวงกว้าง รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดสัตว์ปีก ส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองได้ผลผลิตคุณภาพสูงขึ้นและมีรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต

          มาตรฐานฯ ดังกล่าว ครอบคลุมการเลี้ยงไก่พื้นเมืองไทยและไก่พื้นเมืองลูกผสม และมีการกำหนดเกณฑ์การเลี้ยงไก่พื้นเมืองแบบเลี้ยงปล่อยอิสระ (Free-range) ภายนอกโรงเรือนอย่างเพียงพอ ไม่น้อยกว่าวันละ 8 ชั่วโมง เพื่อให้ไก่พื้นเมืองมีความเป็นอยู่ตามธรรมชาติ มีต้นไม้เป็นร่มเงาให้ไก่ได้พักผ่อน มีหญ้าหรือพืชที่เป็นอาหารให้ไก่จิกกิน อย่างน้อยร้อยละ 40 ของพื้นที่ โดยแปลงปลูกพืชดังกล่าวต้องมีการหมุนเวียนพักแปลง หากพืชอาหารไม่เพียงพอ สามารถเสริมหญ้าหรือพืชจากภายนอกได้ ซึ่งรูปแบบการเลี้ยงดังกล่าว แตกต่างจากการเลี้ยงไก่เนื้อ และไก่ไข่เชิงพาณิชย์ ที่เลี้ยงในโรงเรือนแบบปิด

                                                                      ไก่ดำเคยู-ภูพาน

  “ไก่เนื้อ ไก่พื้นเมือง สัตว์เศรษฐกิจทำเงิน”

            จากปัจจัยที่”ไก่” เป็นสัตว์เศรษฐกิจ ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง และสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติอย่างมาหาศาล จนเป็นที่สนใจของเกษตรกร แต่กระนั้น การที่จะตัดสินใจเลี้ยงไก่ต้องมีความในหลายหลายๆด้านเกี่ยวกับกิจการนี้  ด้วยเหตุนี้ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน จึงจัดสัมมนา “ไก่เนื้อ ไก่พื้นเมือง สัตว์เศรษฐกิจทำเงิน” ขึ้น ในวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2560 เวลา 08.00-16.00 น. ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานหนังสือพิมพ์ข่าวสด เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยเนื้อหาการสัมมนาเป็นการแนะวิธีการเลี้ยง การดูแล การแปรรูป รวมถึงการตลาด จากวิทยากรมืออาชีพและจากกรมปศุสัตว์

อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มได้ที่ ข่าวเกษตรออนไลน์ , epicwin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *