นรินทร์ สุขสบาย พลิกพื้นที่ 2 ไร่ ก็พอเพียงต่อความสุข

‘2 ไร่ ก็พอเพียง’ นรินทร์ สุขสบาย

นรินทร์ สุขสบาย พลิกพื้นที่ 2 ไร่ อดีตครูผู้ใช้ชีวิตฟังเสียงหัวใจตัวเอง แจ๊ส-นรินทร์ “สุขสบาย” คือนามสกุลของ นรินทร์ ตั้งแต่กำเนิด ซึ่งปัจจุบันเขารู้สึกเช่นนั้นจริงๆ ตั้งแต่ลองมาใช้ชีวิตแบบพอเพียงตามแนวคำสอนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 เมื่อ 2 ปีที่แล้ว

หลังจากการเสียชีวิตของหลานชายเพียงคนเดียววัย 17 ปี ซึ่งเป็นศูนย์รวมความรักของครอบครัว ทำให้เขาได้คิดว่า ชีวิตคนเราก็แค่นี้

เขาจึงหันหลังให้งานประจำ ผันมาพัฒนาสวนในที่ดินเพียง 2 ไร่ของแม่ และตั้งเพจและไร่ของตนเองว่า “2 ไร่ พอเพียง” ทำได้ 4 ปีแล้ว คอนเซ็ปต์การทำสวน ทำไร่ และปลูกข้าวอินทรีย์คือ ไม่เน้นจำหน่าย เน้นปลูกเอง กินเอง เพื่อลดรายจ่าย ซื้อให้น้อยที่สุด

แต่หากเหลือก็ขายให้คนอื่นบ้าง แต่กว่าจะมีชีวิตพอดีพอเพียงแบบนี้ได้ ต้องรู้จักวางแผนชีวิต เก็บเงินสร้างห้องเช่า เพื่อให้ห้องเช่าในเมืองทำงานเลี้ยงตัวเขาด้วยอีกทางหนึ่ง

วางแผนชีวิต ตามแนวคิดที่แม่ทำเป็นตัวอย่าง

นรินทร์ สุขสบาย พลิกพื้นที่ 2 ไร่

นรินทร์ สุขสบาย พลิกพื้นที่ 2 ไร่ นรินทร์เล่าว่า กว่าที่เขาจะละทิ้งหน้าที่การงานทุกอย่าง และผันตัวเองไปเป็นชาวไร่ชาวนา เพราะเขามีบ้านเช่า 9 ห้องที่เขาทำไว้ให้คนอื่นเช่าได้รายได้ประมาณเดือนละหมื่นกว่าบาท

สร้างจากเงินออมจากอาชีพครูเดือนละ 2 หมื่นบาท วุฒิปริญญาตรีด้านวิศวกรรม อิเล็กทรอนิกส์ ค่อยๆ เก็บเงินและสร้างบ้านตั้งแต่ปี 2554 สร้างบนที่ดินของแม่ในตัวเมืองสงขลา ต.จะนะ อ.น้ำขาว จ.สงขลา ทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตตามอัตภาพได้ ซึ่งแนวคิดการใช้ชีวิตของเขาน่าสนุก

“ผมเป็นครูสอนด้านอิเล็กทรอนิกส์ให้กับนักเรียนระดับ ปวช. ปวส. สอนอยู่ 10 ปี รู้สึกเบื่อจึงลาออก การวางแผนชีวิตที่ดีผมได้จากแม่ แม่สอนผมเรื่องการออม แม่ไม่ได้มีความรู้มาก ไม่ได้สอนตรงๆ แต่แม่ทำให้ผมเห็นและซึมซับ จะใช้ชีวิตใช้เทคโนโลยีอย่างไร

แต่ต้องเก็บเงินซื้อที่ดินเก็บไว้ แต่ก่อนเป็นครูผมทำงานและเรียนหนังสืออยู่กรุงเทพฯ นาน 3 ปีรู้สึกไม่ชอบปัญหารถติด ต้องเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการนั่งรถ พอผมเรียนจบ ปวช.ที่กรุงเทพฯ ผมกลับบ้านไปเรียนต่อที่บ้านคือ จ.สงขลา เรียนจบทำงานต่ออีก 10 ปี ก็ลาออก”

แรงบันดาลใจทำไร่

ด้วยแนวคิดที่เบื่อชีวิตจำเจ และเขาชอบท้าทายชีวิตในการทำอะไรใหม่ๆ และไม่ชอบหยุดนิ่งอยู่กับที่ประกอบกับย้อนไปเมื่อ 20 ปีก่อนภาษาอังกฤษได้รับความนิยมมาก ในวัย 32 ปีเขาจึงบินไปออสเตรเลียเพื่อเรียนรู้ภาษาและเรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่ 2 ปีและกลับมาเมืองไทย มาดูแลแม่และหลานชายที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก และก้าวขึ้นสู่วัยรุ่น งานที่นรินทร์ทำหลังจากกลับจากออสเตรเลียคือ แปลงานใช้ชีวิตอย่างสุขสงบกับหลานชาย และเขาก็เกิดจุดเปลี่ยนในชีวิตคือ หลานชายอันเป็นที่รักเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุตรงกับวันเกิดปีที่ 17 ของหลานชายพอดี

เขาจึงเซ้งร้านแปลในเมือง กลับไปอยู่บ้านควบคู่กับการเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง พอเรียนจบเริ่มทำงานโครงการวิจัย ให้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ทำนาน 3 ปีทำให้เขาได้เรียนรู้ระบบการวางแผนงบประมาณ วางยุทธศาสตร์ 5 ปี การวางแผนเป้าหมายคณะ ต้องวางแผนประจำปีเพื่อให้สอดคล้องตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย เพื่อก้าวเดินเจริญเติบโตไปทั้งองค์กร

“ผมได้นำความรู้มาทำสวนทำไร่ของผมวางแผนในระยะ 5 ปีก่อน ในแต่ละปีผมต้องทำอะไรบ้าง และใช้งบประมาณเท่าไร ผมได้เซตงบประมาณปีต่อปี ผมทำแผนใส่โปรแกรมเอ็กเซลตั้งแต่ปีแรก เพื่อทำให้ผมรู้ทิศทาง

แต่ละปีผมจะเดินตามที่ผมวางแผนไว้ อีกทั้งการทำการเกษตรตัวแปรเยอะ เช่น ภัยธรรมชาติหรือศัตรูพืช ยิ่งอากาศแปรปรวน เราต้องเรียนรู้เศรษฐกิจ 3 ห่วง คือทำพอประมาณ และไม่กู้ มีภูมิคุ้มกัน มีเหตุมีผล พอประมาณคือทำแต่พอดี พอเพียง ทำได้ให้อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงคือมีเหตุมีผลที่เราทำได้ รู้ว่าถ้าเราทำแล้วเกิดปัญหาและแก้ไขอย่างไรได้บ้าง นี่คือมีภูมิคุ้มกัน”

ปลูกในสิ่งที่กิน 3

นรินทร์ สุขสบาย พลิกพื้นที่ 2 ไร่

ปีของการเรียนรู้การทำไร่ที่ไม่ตอบโจทย์ ทำสวนแบบอินทรีย์ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้เขาอยากหาทางออก เขาจึงศึกษาการทำสวนของคนอื่นๆ อยู่นาน 4-5 เดือน ได้ข้อสรุปว่า เขามี 2 ไร่ อยู่ที่ อ.นาทวี อยู่ห่างจากบ้านเดิมในเมืองเพียง 1 กิโลเมตร และลงมือทำไร่ได้ 4 ปีแล้ว“

กว่าจะเป็นไร่ ผมพัฒนาหาความรู้ ปลูกอะไร ใช้การวางแผน วางระบบน้ำอย่างไร ปลูกอะไร นี่คือจุดสำคัญในการวางแผน ถ้าปลูกเริ่มจากข้าว คือผมปลูกในสิ่งที่กิน กินในสิ่งที่ปลูก ผมเน้นปลูกออร์แกนิก 100% เพราะทำกินเอง ไม่ใช้สารเคมีเลย ปุ๋ยเคมีก็ไม่ใช้ พอเรียนรู้

ณ วันนี้จึงไม่ยาก เพียงแต่ไม่งามเหมือนเคมี แต่ผลผลิตดีขึ้นทุกครั้งที่ผมปลูก เพราะสภาพดินดี สมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ แรกๆ ผักไม่งามแต่ผมมีเป้าหมายชัดเจน คือทำอินทรีย์ 100% และอยากให้เป็นที่รู้กันในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะกลุ่มลูกค้าผมเฉพาะกลุ่มมากๆ”

ผักที่นรินทร์ปลูกคือ ผักสลัด เพราะเขาชอบกินสลัด ผักคะน้า กวางตุ้ง ฯลฯ ส่วนใหญ่ปลูกไว้กินเอง ที่เหลือค่อยขาย ปลูกผักกินเองเพื่อลดรายจ่าย

“ผมปลูกข้าวในที่ลุ่ม ผมแบ่งพื้นที่ปลูกข้าวราว 250 ตารางเมตร ผมปลูกข้าวหอมนิล จักรพรรดิอินทรีย์แท้ 100% ผมหาสูตรทำปุ๋ยโดยเข้าไปอบรมโครงการหนึ่งไร่ หนึ่งแสนที่พิพิธภัณฑ์เกษตร รู้ว่าต้องคัดเมล็ดข้าวอย่างไร ปลูกข้าวแรกๆ มีปัญหาเยอะ เช่น นกมากวนผมป้องกันโดยใช้ตาข่ายคลุม ป้องกันนกกินเมล็ดข้าวตอนเป็นน้ำนม

ในระยะแรกไม่รู้วิธีแก้ ผมจึงไม่ได้ข้าวนี่คือปัญหาหนึ่ง มีแมลงสิงห์ดูดน้ำเลี้ยงทำให้เม็ดข้าวลีบ ผมเป็นพื้นที่สวนไม่ใช่ที่นา เลยเจอปัญหาเยอะกว่าชาวนา อีกทั้งผมปลูกข้าวนอกฤดูกาลปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมต้องเจออยู่แล้ว ครั้งแรกได้ข้าวเปลือกเพียบ 10 กิโลกรัม เอาไว้พอกิน พอปรับการปลูกลดปัญหาและผมยังตั้งใจว่าผมทำได้ และก็ได้ผล”

ปัจจุบันเขาปลูกข้าวได้ปีละ 2 รอบ มีข้าวกินทั้งปี ได้ประมาณ 60 กก./รอบ รวมได้ข้าวเปลือกราว 110 กก.และสีได้ข้าวสารราว 80 กก.ซึ่งพอกิน

ทำในสิ่งที่ชอบ

สิ่งที่ทำให้นรินทร์อยากเป็นเกษตรอินทรีย์คือเขามีปัญหาด้านสุขภาพคือเป็นไมเกรนตั้งแต่เด็ก และเชื่อมั่นในแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และแนวทางเกษตรอินทรีย์

“ผมเชื่อมั่นว่าถ้าเราทำในแนวเกษตรพอเพียงจริงๆ น่าจะอยู่ได้ แล้วก็อยู่ได้จริงๆ ที่สำคัญต้องมีความสุขเพราะผมไม่เน้นเงินเป็นหลัก ผมต้องมีความสุขในสิ่งที่ผมทำ แม้เหนื่อยแต่ก็สู้ไหว เหนื่อยเพราะผมทำเองคนเดียวช่วงแรกที่ผมขุดหลุมปลูกกล้วย 4 เดือนแรกจากพนักงานออฟฟิศมาขุดหลุมร่างกายผมไม่ไหว

หลังจาก 4 เดือนผมค่อยๆ ปรับวิธีคิดจะอยากได้ดังใจไม่ได้ ค่อยๆ ทำค่อยๆ ลงมะนาว สละะอินโด และพยายามใช้เงินให้น้อยที่สุด ทำระบบน้ำสำคัญมาก ผมทำระบบบ่อบาดาลเอง ตอนนี้ผมปลูกข้าว ปลูกผลไม้ ได้แก่ ละมุด กล้วยไข่

ทำจริงจัง หากเหนื่อยก็พัก

นรินทร์ สุขสบาย พลิกพื้นที่ 2 ไร่

นิยามการใช้ชีวิตช้าๆ ในแบบของนรินทร์ คือ ได้ทำในสิ่งที่ชอบ วันนี้เหนื่อยก็หยุดพัก

อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวออนไลน์ , epicwin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *