โคเนื้อ-โคขุน โอกาสปศุสัตว์ไทยรุก AEC

โคเนื้อ-โคขุน

โคเนื้อ-โคขุน อุตสาหกรรมเลี้ยง โคเนื้อ โคขุน ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรขนาดใหญ่ในประเทศไทยและจะเป็นอีกอุตสาหกรรมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเติบโตเพราะความต้องการผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)หลังผนึกรวมกันมาตั้งแต่เมื่อปี 2558 ทำให้มีประชากร 10 ประเทศ รวมกันทั้งหมดกว่า 640 ล้านคน

โคเนื้อ-โคขุน ปัจจุบันเกษตรกรผลิตโคเนื้อ โคขุน ไม่ทันต่อความต้องการของตลาด นับเป็นโอกาสของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ โคขุน รายใหม่สามารถยึดเป็นอาชีพมั่นคงได้  โดยปีที่ผ่านมาเกษตรกรเลี้ยงโคเนื้อ โคขุน ทั่วประเทศ มีความสามารถผลิตได้เพียงแค่ 5 ล้านตัว คิดเป็นมูลค่าเงินหมุนเวียนกว่า 60,000-70,000  ล้านบาทต่อปี

ที่ผ่านมารัฐพยายามเดินหน้าสานต่อนโยบายมุ่งเน้นส่งเสริมให้เกษตรกรไทยยึดอาชีพดังกล่าวเป็นอาชีพหลักเพราะสร้างรายได้มั่นคง นอกเหนือจากทำไร่ทำนา เพราะเลี้ยงโคเนื้อ โคขุน ไม่เพียงแต่ตลาดภายในประเทศเท่านั้นที่ต้องการบริโภคไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตัว แต่ตลาดต่างประเทศมีความต้องการบริโภคอีกหลายเท่าตัว

ก่อนหน้านี้ตลาดหลักโคเนื้อ โคขุนของไทย คือ จีน และ เวียดนาม แต่ภายหลังจากเปิดเออีซี ทำให้ตลาดโคเนื้อ โคขุน มีความต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศอินโดนีเซีย และ มาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มีกำลังซื้อสูง เพราะประเทศดังกล่าวล้วนเป็นชาวมุสลิมนิยมบริโภคเนื้อวัวเป็นหลัก ทำให้อุตสาหกรรมเลี้ยงโคเนื้อ โคขุน ของไทย จะกลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญและเติบโตยั่งยืนหากทำเป็นอาชีพอย่างจริงจัง

เพราะตราบใดที่ประชากรอาเซียนและเอเชียยังบริโภคเนื้อสัตว์ อุตสาหกรรมนี้ก็ยังเติบโตตามสภาวะความต้องการตลาดจะเห็นได้ว่าเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ราคาโคเนื้อ โคขุน อยู่ที่ 130-150 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปี 2561 ราคาพุ่งขึ้นอยู่ที่ 250-320 บาทต่อกิโลกรัม และมีแนวโน้มราคาพุ่งทะลุกว่า 400 บาทต่อกิโลกรัมเนื่องจากปัจจุบันโคเนื้อ โคขุน กำลังขาดตลาด

โคเนื้อ-โคขุน

ด้วยเหตุนี้อนาคตเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ โคขุน จะสร้างรายได้มั่นคงยั่งยืนแน่นอน เป็นการยืนยันจากปาก ในฐานะเลขาธิการสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย ว่านี่ไม่ใช่ความฝันแต่เป็นเรื่องจริง ไม่เพียงแต่ตลาดจีนและเวียดนามต้องการเป็นจำนวนมากเท่านั้น ตลาดกลุ่มอาเซียน หรือ เอเชีย ก็มีความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ไม่น้อยกว่ากัน ทำให้ปัจจุบันความต้องการเป็นจำนวนมาก อีกทั้งทุกวันนี้ มีร้านอาหารญี่ปุ่นและเกาหลี ซึ่งเป็นร้านอาหารประเภทปิ้งย่างขยายสาขาครอบครับทั่วอาเซียนและเอเชีย ยิ่งทำให้ความต้องการเนื้อสัตว์เลิศรสเพื่อบริการลูกค้าตลอดทั้งปี

หากรัฐส่งเสริมเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ โคนม ด้วยการพัฒนาต่อยอดเป็นอาชีพอย่างจริงจัง  ยกตัวอย่างภายใน 4 ปีข้างหน้า  หากเกษตรกรายหนึ่งที่เลี้ยงโคขุนจำนวน 10 ตัว จะมีรายได้ประมาณ 1.2 ล้านบาทต่อปี

ส่วนเกษตรกรที่เลี้ยงแม่โคจำนวน 5 ตัว เพื่อผลิตลูกโคเนื้อ โคขุนจำหน่าย จากเดิมมีรายได้ 142,000 บาทต่อปี ก็จะมีรายได้ขึ้นเป็น 165,000 บาทต่อปี

กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ประกอบด้วย สุราษฎร์ธานี พัทลุง ชุมพร และ นครศรีธรรมราช ได้ร่วมมือกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด

และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี พัฒนาคุณภาพการแปรรูปเนื้อโคภายใต้แบรนด์ “โคขุนศรีวิชัย” ซึ่งได้เริ่มส่งผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดเมื่อปีที่ผ่าน กระแสตอบรับจากผู้บริโภคดีเกินคาด โดยเฉพาะกลุ่มชาวมุสลิมทั่วโลกนิยมบริโภคโคเนื้อโคขุน ดังนั้นชื่อมั่นได้เลยว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ โคขุน จะกลายเป็นเศรษฐีในอนาคต

ขณะที่กรมปสุตว์รายงานระบุว่า มูลค่าของตลาดโคเนื้อ โคขุน ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 41,810 ล้านบาทต่อปี

โคเนื้อ-โคขุน

หลังจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมปศุสัตว์ ร่วมกับสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมชลประทาน และจ.สระแก้ว จัดทำโครงการ โคบาลบูรพา เพื่อช่วยฟื้นฟูเกษตรกร ในพื้นที่ประสบภัยแล้ง โดยเปลี่ยนจากการปลูกพืชในพื้นที่ไม่เหมาะสมไปเลี้ยงปศุสัตว์ ส่งเสริมปศุสัตว์ให้เกษตรกร ในพื้นที่ ส.ป.ก. ที่ยึดคืน ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีศักยภาพในการเลี้ยงสัตว์ 

โดยมีเป้าหมายพัฒนาให้จ.สระแก้ว เป็นเมืองแห่งปศุสัตว์ เนื่องจากลักษณะพื้นที่เหมาะสม เป็นเขตเศรษฐกิจชายแดน เชื่อมต่อกับประเทศกัมพูชา มีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมโคเนื้ออย่างครบวงจร ลดการนำเข้าเนื้อสัตว์ โดยเริ่ม ตั้งแต่ปี 2560-2565 และได้ดำเนินการแล้ว 3 อำเภอ คือ วัฒนานคร โคกสูง และอรัญประเทศ

รัฐได้ลงมาช่วยเกษตรกร ทำได้ถูกวิธีแล้ว เนื่องจากพื้นที่ อ.วัฒนานคร ส่วนมากเป็นที่สูง ทำนาได้ผลเพียง 40 % ไม่มีเงินเก็บ ถ้าเลี้ยง ออกลูก เป็นตัวเมียเขาก็ไม่ขาย ถ้าเป็นตัวเมีย 20 ตัว ลูกออกมากอีก 20 ตัว เป็น 40 ตัว

สามารถทำเงินได้ถึงปีละ 200,000 – 300,000 บาท และเกษตรกรก็ไม่ได้ไปลงทุนอะไรมากมาย

เพราะสามารถนำสัตวร์เลี้ยงไปเลี้ยงตามทุ่งสาธารณะทั่วไป ดีกว่าทำไร่ ทำนาแต่ละปีต้องลุ้นกันว่าราคาจะแพงขึ้นหรือตกต่ำ แต่หากเลี้ยงโคเนื้อ โคขุน มีแต่กำไร แถมมูลเต็มคอกสามารถนำไปขายสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง

“ตอนแรกก็คิดว่า โครงการนี้จะไปรอดหรือ แต่เมื่อได้เข้าโครงการ ตอนนี้ก็มีวัวตัวเมีย 15 ตัวแล้ว ปีนี้ก็คาดว่าได้วัว 30 ตัว ตัวเมียก็เอาไว้ทำพันธ์ ตัวผู้ก็เอาไว้ขุน ขึ้นปีที่ 3 ก็เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว เอามูลวัวไปทำปุ๋ย เป็นการลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยถึง 30 %

ดังนั้นการที่เขาลดต้นทุน การที่เขาไม่ใช้เงิน คือเขาได้เงิน ตอนแรกก็อาจลำบากเพราะต้องคืนโครงการ ต่อไปก็จะสบายขึ้น ตอนนี้เราเพิ่งจะเริ่มต้น วัวมีจำนวนน้อย ไม่พอกับผู้บริโภค”

สำหรับที่บ้านนางามจะมีพื้นที่สาธารณะประโยชน์ เกือบ 3,000 ไร่ ใช้เลี้ยงวัวได้ไม่เดือดร้อน และในอีก ปี 2 ปี ชาวโคบาลจะสบายแล้ว เกษตรกรจะสามารถเลี้ยงตัวเองได้สามารถปลดหนี้ได้ภายใน 2 ปีได้ไม่ยาก เพราะตลาดโคเนื้อ โคขุน ขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีราคาสูงกว่าเนื้อหมู และเนื้อไก่หลายเท่าตัว แต่การบริโภคในประเทศและต่างประเทศยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความ

โคเนื้อ-โคขุน

ปัจจุบันไทยมีพ่อแม่พันธุ์โคเนื้อชั้นดีอยู่ในประเทศเป็นจานวนมากพอสมควร ที่สำคัญการเลี้ยงดูพ่อแม่พันธุ์โคเนื้อชั้นดีของไทย เป็นไปตามมาตรฐานฟาร์มโคเนื้อของกรมปศุสัตว์ นอกจากนี้ ไทยยังมีทั้งเทคโนโลยีการเลี้ยง

และการปรับปรุงพันธุ์ที่มีศักยภาพเหนือประเทศผู้ผลิตอื่นๆ ในอาเซียนอีกด้วย ปัจจัยเหล่านี้นับว่าเป็นจุดแข็งด้านการผลิตของไทย คือ ไทยมีความหลากหลายในการผลิตอาหารสัตว์ เพื่อใช้ในการขุนโคเนื้อ ซึ่งจะทำให้เนื้อโคที่ผลิตได้มีคุณภาพดี ส่วนโอกาสด้านการตลาดมองว่าการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะทำให้ตลาดเนื้อโคใหญ่ขึ้น จากประชากรกว่า 640 ล้านคน ซึ่งความต้องการบริโภคเนื้อโคย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ควรระวังสำหรับการผลิตโคเนื้อ โคขุน ของไทย คือ การเปิดเสรีทางการค้า(FTA) กับนิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ โคขุน ต้องแข่งขันกับคู่แข่งที่มีศักยภาพสูงทั้งจากออสเตรเลียและจากนิวซีแลนด์นอกจากนี้ การไม่ควบคุมกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้เกิดปัญหาลักลอบนำเข้าโคเนื้อมีชีวิต และเนื้อโคจากประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอินเดียดังที่เห็นในปัจจุบันมีการลักลอบเข้ามาเป็นจำนวนมาส่งผลกระทบต่อราคาโคเนื้อ โคขุน ของไทย

อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวเกษตรออนไลน์ , epicwin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *