รัฐรุกคืบคุม Delivery Service

รัฐรุกคืบคุม Delivery

รัฐรุกคืบคุม Delivery Service การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลกเปลี่ยนไป โดยเฉพาะพฤติกรรมการซื้อสินค้า ที่สั่งซื้อผ่านออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหาร หรือของใช้ในชีวิตประจำวัน

ในช่วงก่อนโควิด-19 ยอดการสั่งซื้ออาหารผ่านแพลตฟอร์มบริการส่งถึงบ้าน (Delivery Service) เช่น LINE MAN, GrabFood, Foodpanda, Lalamove, GET เป็นต้นมีประมาณ 20% แต่ขณะนี้ เพิ่มขึ้นมาเกือบจะ 100% แล้ว และคาดว่าพฤติกรรมเช่นนี้จะยังคงมีอยู่ต่อไป แม้โควิด-19 จะคลี่คลายแล้วก็ตาม

  • ตกงานช่วงโควิด โรงงานผลิตชุดชั้นในสตรีที่นครสวรรค์ เลิกจ้างพนักงาน 800 คน
  • อัดโปรแรง! มันนี่เอ็กซ์โปโคราช
  • เตรียมเปิดให้ลงทะเบียน “บัตรคนจน” หลังโควิดคลี่คลาย สศค.ยันปี 64 มีงบพอ

รัฐรุกคืบคุม Delivery จากยอดสั่งซื้อที่เพิ่มพรวด ทำให้ผู้ให้บริการบางรายฉวยโอกาสขึ้นค่าบริการ ที่เก็บจากร้านอาหาร เช่น เดิมเก็บ20% ปรับเป็น 35-40%, เก็บค่าธรรมเนียมส่งเสริมการขายจากร้านอาหาร เช่น ค่าแนะนำร้านอาหารให้ลูกค้า, บางรายตกลงร่วมกัน (ฮั้ว) กำหนด หรือขึ้นค่าบริการ หรือเก็บค่าธรรมเนียมแรกเข้าสูง ส่งผลให้ราคาอาหารสูงขึ้น และผู้บริโภคเดือดร้อน

ร้านอาหารในแพลตฟอร์มต่างๆ จึงร้องเรียนมายังกระทรวง พาณิชย์ และต้องการให้ช่วยเหลือ!!

อย่างไรก็ตาม แม้ “บริการขนส่งสินค้าสำหรับธุรกิจออนไลน์” เป็นบริการควบคุม ตามบัญชีสินค้าและบริการควบคุมปี 62 ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 อยู่แล้ว แต่กระทรวงพาณิชย์ยังไม่ได้กำหนดมาตรการ “ควบคุม” หรือ “กำกับดูแล” ธุรกิจอย่างจริงจัง

เพราะปีที่ผ่านมา ธุรกิจบริการนี้ยัง “ไม่ใช่” บริการจำเป็นในชีวิตประจำวัน และคนใช้บริการยังไม่มากนัก หากใช้ไม้แข็งควบคุมเลย อาจเกิดการตื่นตระหนก และกลายเป็นผลเสียต่อธุรกิจได้ ที่ผ่านมา “นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ จึงเพียงแค่เชิญผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม มาขอความร่วมมือไม่ปรับขึ้นค่าบริการ และขอให้แจ้งค่าบริการมายังกรมการค้าภายใน

แม้ขณะนั้น ผู้ประกอบการ “รับปาก” จะไม่ขึ้นค่าบริการ แต่ร้านอาหารยังร้องเรียนอยู่ดีว่า ยังมีการขึ้นค่าธรรมเนียมต่างๆอยู่ และมีผู้ให้บริการไม่กี่ราย ที่แจ้งอัตราค่าบริการมาให้ เพราะกระทรวงพาณิชย์เพียงแค่ “ขอความร่วมมือ” ไม่ได้ใช้มาตรการทางกฎหมาย “บังคับ” ให้ทุกรายต้องแจ้ง

ส่งผลให้ความเดือดร้อนของร้านอาหารยังคงมีอยู่จนต้องแห่ร้องเรียน “สำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า” ถึงพฤติกรรม “เอาเปรียบ” ของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มบางรายด้วย

เมื่อปัญหารุนแรงมากขึ้น ประกอบกับในช่วงโควิด-19 ระบาด บริการดังกล่าว กลายเป็นสิ่งจำเป็นของผู้คน สัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จึงเสนอ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการกำหนดบัญชีสินค้าและบริการควบคุม ประจำปี 63

รัฐรุกคืบคุม Delivery โดยได้ปรับรายละเอียดของ “บริการขนส่งสำหรับธุรกิจออนไลน์” มาเป็น “บริการซื้อขายและ/หรือบริการขนส่งสินค้าสำหรับธุรกิจออนไลน์” ให้ครอบคลุมทั้งการซื้อขาย และการขนส่งสินค้าของธุรกิจออนไลน์ จากเดิมที่กำหนดเฉพาะการขนส่งอย่างเดียว

การขึ้นบัญชีควบคุม เพื่อทำให้กระทรวงพาณิชย์สามารถกำหนด “มาตรการทางกฎหมาย” กำกับดูแลธุรกิจนี้ได้อย่างเหมาะสม เป็นธรรมกับทั้งผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ร้านค้า ร้านอาหาร รวมถึงผู้บริโภค โดยจะ เน้นกำกับดูแลผู้ให้บริการที่เป็นแพลตฟอร์มส่งสินค้าเป็นหลัก

หลังจากนี้ คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ(กกร.) ที่มี รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน จะออกประกาศสินค้าและบริการควบคุมประจำปี 63 ซึ่งจะมีระยะเวลาบังคับใช้ 1 ปี และจะทบทวนใหม่ทุกปี

ขณะเดียวกัน กรมการค้าภายในจะกำหนดมาตรการกำกับดูแลจากเบาไปหาหนัก เช่น ขอให้แจ้งค่าบริการมาให้ทราบ ซึ่งจะถือเป็น “พันธสัญญา” ที่ผู้ประกอบการต้องคิดราคาตามที่แจ้ง หากคิดสูงเกินกว่า จะมีความผิดตามกฎหมาย

เมื่อได้ค่าบริการมาแล้ว กรมจะนำมาวิเคราะห์ว่าเหมาะสมหรือไม่ หากสูงเกินจริง จะขอความร่วมมือให้ปรับลดลง ถ้าไม่ร่วมมือ จะมีมาตรการดำเนินการ จากนั้นจะนำมาเผยแพร่ทางเว็บไซต์ www.dit.go.th เช่นเดียวกับการเผยแพร่ราคายา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ ส่วนกรณีที่ผู้ประกอบการจะขึ้นค่าบริการ อาจกำหนดให้ต้องแจ้งราคามาให้กรมทราบก่อนการปรับขึ้นทุกครั้ง เป็นต้น

มาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการทางกฎหมาย หากฝ่าฝืนจะมีความผิด เช่น กรณีไม่แจ้งค่าบริการ จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 2 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับและปรับอีกวันละ 2,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฝืน

กระทรวงพาณิชย์ หวังว่า เมื่อมีกฎหมายควบคุม การเอารัด เอาเปรียบน่าจะลดลง ร้านค้า และผู้บริโภคน่าจะได้ประโยชน์มากขึ้น แต่จะเป็นไปตามนี้หรือไม่ ต้องติดตาม!!

อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวสดรายวัน2020 , epicwin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *