CBR250RR 2020 และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่!

หลังจากที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศญี่ปุ่นกันไปแล้ว สำหรับ New Honda CBR250RR 2020 เวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงอัพเกรดให้ดีขึ้นหลายจุดด้วยกัน ซึ่งมีกระแสข่าวความเป็นไปได้ว่า จะมีการนำเข้ามาขายในประเทศไทยเราด้วย สำหรับเวอร์ชั่นนี้ โดยอย่างเร็วก็อาจจะเป็นในช่วงปลายปีนี้เลย หรืออย่างช้าก็น่าจะไม่เกินต้นปี 2021 ข้างหน้า

CBR250RR 2021

New Honda CBR250RR 2020 ได้เพิ่มแรงม้าของเครื่องยนต์ จากเดิมที่ 38 ตัวไปเป็น 41 ตัวที่ 13,000 รอบต่อนาที และทอร์คหรือว่าแรงบิดสูงสุดจากเดิม 23 นิวตันเมตรไปเป็น 25 นิวตัวเมตรที่ 11,000 รอบต่อนาที โดยหลักการก็คือมีการปรับเพิ่มสัดส่วนของพละกำลังต่อน้ำหนักตัวรถ ซึ่งจะทำให้อัตราส่วนกำลังอัดนั้นอยู่ที่ 12 : 1 พร้อมเปลี่ยนหัวลูกสูบและเคลือบแหวนใหม่ ให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

CBR250RR 2020

นอกจากนั้นแล้ว CBR250RR 2020 ยังมีการปรับลดแรงเสียดทานของตัวบาลานเซอร์ให้เล็กลง ปรับวาล์วสปริงโหลดให้เล็กลง เพื่อลดการสูญเสียกำลังในขณะที่กระบอกสูบกำลังทำงาน และนอกจากนั้นยังมีการปรับชิ้นส่วนของระบบไอดี และเปลี่ยนโครงสร้างภายในของท่อไอเสียใหม่ (ในขณะที่รูปร่างภายนอกของท่อรถนั้นยังคงเหมือนเดิม) ทั้งหมดนี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์นั้น สามารถรีดเอาพละกำลังออกมาได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

CBR250RR 2021 2

ทางค่าย Honda เองยังคงปรับการทำงานของคันเร่งไฟฟ้าให้แม่นยำมากยิ่งขึ้น และมีการปรับระบบช่วงล่างให้เหมาะสมกับการขับขี่ในแต่ละโหมดมากยิ่งขึ้น พร้อมมีระบบสลิปเปอร์คลัทช์ติดตั้งมาให้ และที่สำคัญก็คือระบบควิกชิฟเตอร์

สำหรับการเพิ่มและลดเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัทช์ มาเป็นออพชั่นเสริมให้ สามารถเลือกซื้อเพิ่มได้ในราคา 25,300 เยน หรือประมาณ 7,500 บาท ซึ่งจะแตกต่างไปจากเวอร์ชั่นของอินโดนีเซีย ที่มีการติดตั้งตัวควิกชิฟเตอร์นี้มาให้ในรุ่นท็อปเลย ตลาดรถมอเตอร์ไซค์ในระดับโลกนั้นปฎิเสธไม่ได้ว่าตลาดเอเชียนั้นเป็นอันดับหนึ่งของโลก แต่ถ้าเราแยก Segment ออกเป็นรุ่นๆ แล้ว

เรื่องราวนี้ถูกเปิดเผยโดย Ben Purvis นักข่าวจากสำนัก Cycle World ที่มีความน่าเชื่อถือด้วยเจ้าตัวเป็นนักข่าวรายแรกที่รายงานการมีอยู่จริงของ Honda CBR1000RR-R ตั้งแต่ก่อนที่เราจะเห็นมันลงวิ่งทดสอบครั้งแรก

โดยล่าสุด Ben Purvis ได้รายงานข่าวความคืบหน้าของการพัฒนาเจ้า CBR600RR-R ว่าตัวรถนั้นจะใช้ DNA ตัวใหม่ที่ถ่ายทอดมาจาก CBR1000RR-R ด้วยแฟร์ริ่งที่เน้นการทำแอร์โรไดนามิก จะมีการติดตั้งอุปกรณ์อากาศพลศาสตร์หรือ Winglet เน้นการทำสร้างแรง Downforce ในการทำความเร็วสูง

ตัวรถจะถูกติดตั้งบนเฟรมตัวใหม่ที่มีน้ำหนักที่เบากว่าเดิม โดยจะมีการติดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยและมีการติดตั้งแกน IMU เพื่อเป็นหัวใจหลักในการทำงานของระบบต่างๆ มีคันเร่งไฟฟ้า Ride-By-Wire รวมไปถึงโหมดการขับขี่ที่แตกต่างกันอย่างน้อย 4 รูปแบบ ระบบเบรก ABS ที่เปิดและผิดการทำงานได้ ติดตั้ง Quickshifter แบบสองทางทั้งปรับขึ้นและปรับลดเกียร์ รวมไปถึงระบบกันสะเทือนหน้าหลัง ที่จะมาในรูปแบบของ Semi-Active ปรับระดับได้ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์

รถมอเตอร์ไซค์ในแนว Supersport 600 ซีซี กลุ่มตลาดใหญ่สุดก็คงไม่พ้นอเมริกาและยุโรป แต่ล่าสุดมีรายงาน จากฝั่งยุโรปเกี่ยวกับการพัฒนาโมเดลใหม่ของค่ายปีกนก Honda กับเจ้า CBR600RR-R ที่มีข่าวว่ามันอาจจะไม่ถูกวางจำหน่ายในตลาดยุโรปซึ่งก็ต้องมารอดูกันว่าเมื่อนำเข้าจากญี่ปุ่นมาขายในไทยเราแล้ว

ประเด็นเรื่องของควิกชิฟเตอร์นี้จะมาในรูปแบบไหนอย่างไร สิ่งที่เล่ามานี้ดูแล้วบางสิ่งเป็นของใหม่สำหรับเจ้าซุปเปอร์สปอร์ตคันนี้ แต่ทาง Ben Purvis ได้มีการรายงานซ้ำว่าตัวหัวใจหลักอย่างขุมกำลังนั้น Honda จะใช้เครื่องยนต์แพลตฟอร์มที่พัฒนาล่าสุดเมื่อปี 2007 ซึ่งมันจะไม่ผ่านมาตรฐาน EURO5 โดยจะมีตลาดกลุ่มใหญ่ในเอเชียเป็นฐานรองรับ ซึ่งมันค่อนข้างขัดแย้งกับแนวทางของ Honda ที่วางไว้เป็นอย่างมาก

สิ่งหนึ่งที่ Honda กำลังพยายามพัฒนาอยู่ก็คือการปรับปรุงเครื่องยนต์ ให้มีการปลดมลพิษที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามกฎบังคับในแต่ล่ะพื้นที่ ซึ่งพื้นที่ที่เป็นกลุ่มตลาดใหญ่สุดของเจ้า CBR600RR ในอดีตนอกจากประเทศญี่ปุ่นก็คืออเมริกาและยุโรป โดยที่ปัจจุบันยุโรปจะใช้มาตรฐาน EURO5 ซึ่งเจ้า CBR600RR ตัวเดิมนั้นผ่านเพียงมาตรฐาน EURO3 และถูกปิดการนำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งตลาดกลับถูกยึดครองด้วย Yamaha YZF-R6 ที่ขายกันอยู่ในปัจจุบัน และ Kawasaki ZX-6R รุ่นปรับปรุงใหม่ที่พึ่งจะเปิดตัวไปเมื่อปี 2018 แต่ถึงอย่างไรทั้งสองโมเดลนั้นก็อยู่ในเกณฑ์ของ EURO4 ที่จะสามารถทำการขายได้ถึงเพียงสิ้นปีนี้เท่านั้น และดูเหมือนว่าจะมีเพียง Yamaha ที่กำลังขยับตัวในการปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้น

หากมองในความคิดของทีมงาน Greatbiker แล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่ Honda จะดื้อดึงใช้เครื่องยนต์เดิมในการปรับปรุงใหม่ของ CBR600RR-R นอกจากความต้องการในการทำราคาต้นทุนในการผลิตให้ต่ำลงเพื่อไม่ให้มูลค่าของตัวรถนั้นพุ่งสูงจนเกินไป โดยทางทีมวิศวกรอาจจะใช้การเปลี่ยนระบบภายในใหม่และใช้ระบบไอดี ไอเสียใหม่ เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถผ่านมาตรฐาน EURO5 ได้และสามารถวางจำหน่ายในตลาดใหญ่สุดอย่างยุโรปได้ในที่สุด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องของประสิทธิภาพเองก็จะต้องลดหลั่นลงมาตาม แต่ก็ไม่แน่ว่าทาง ทั้งหมดทั้งมวลนี้ยังเป็นเพียงการคาดเดาจากบรรดาสื่อสำนักต่างๆ โดยที่ทางผู้ผลิตเองยังไม่มีการออกมาให้คำยืนยันในเรื่องนี้แต่อย่างใด ยังไงเราคงต้องรอดูกันว่าในเร็วๆ นี้จะมีข้อมูลใหม่ๆ อะไรมาอัพเดต แต่ที่อัพเดตใหม่กว่าใคร โดยการเปิดเผยของ Motociclismo สื่อชื่อดังของอิตาลีได้รายงานถึงการเตรียมเปิดตัวเจ้า Honda CBR600RR-R อย่างเป็นทางการในการแข่งขัน Sugo Japan Road Race Championship ในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ จะมีการเปิดตัวจริงอย่างที่รายงานหรือไม่เราคงต้องมารอดูกันHonda เองอาจจะใช้สูตรเดียวกับ CBR1000RR-R ที่ใช้เครื่องยนต์เดิมแต่เพิ่มลูกเล่นใหม่ด้วยการปลดล็อกอะไรบางอย่างในเครื่องยนต์ จนทำให้เครื่องยนต์เดิมที่ดูจะล้าสมัยกลับมายืนอยู่แถวหน้าได้อีกครั้ง

อ่านข่าวอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ ข่าวรถ2020 , epicwin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *